個人檔案:: Completely ::相片部落格清單更多 工具 說明

:: Completely ::

การได้ลงมือทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงและใช้ชีวิตกับสิ่งนั้นอย่างเป็นสุข คือความหมายของการมีชีวิต

Keat Candy

職業
居住地
興趣
Music heal the world
สุดยอดอ่ะ

Candy

12月7日

หัวใจของฉันเต้นช้าลงในที่สุด

หลายปีก่อน
หมอบอกฉันว่า "ชีพจรเต้นเร็วเกินไปนะครับ"


... ... ...


ด้วยความที่เป็นคนไฮเปอร์แอคทีฟแถมยังตื่นเต้นได้ง่าย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชีพจรฉันนั้นเต้นเร็วแค่ไหน
และมันยิ่งเต้นเร็วขึ้น เมื่อพบกับใครบางคนที่มีความหมาย

ชีวิตที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เป็นเรื่องมหัศจรรย์
ใครเลยจะรู้ว่าวันหนึ่งวันใดใครจะเดินเข้ามา


... ... ...


"เจ็บนิดเดียวนะคะ" พยาบาลบอกฉันขณะที่แทงเข็มปลายแหลมสีเงินเข้ามาใต้ท้องแขน
เลือดสีแดงขุ่นไหลอย่างรวดเร็วไปตามท่อพลาสติก และค่อยๆสะสมในถุงขนาด 360 cc.ที่โยกเยกไปมา

ฉันนอนนิ่ง สายตาจับจ้องที่แขนตัวเอง มองดูเลือดที่ไหลไปรวมกันอย่างสนใจ

ฉับพลันทันใดก็นึกขึ้นมาได้ว่า

...หัวใจของฉันเต้นช้าลงในที่สุด...

เต้นช้าลงจากจังหวะปัจจุบัน
ช้าจนฉันสามารถแบ่งปันของเหลวสีแดงนี้เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้


หัวใจที่เต้นช้าลง ช้าลง
ถ้ามันมีประโยชน์มากขนาดนี้
ฉันคงยินดีให้มันช้าลงเสียนานแล้ว


ปล.

- นี่เป็นการบริจาคเลือดครั้งแรก
- ไปบริจาคที่สภากาชาดมา
- รู้สึกดีใจได้บริจาคเลือด
- รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนดีเลยนะ 55+
- ได้วิตามินเสริมธาตุเหล็กมากินบำรุงเลือดซองเบ้อเร่อ
- ได้เข็ม "ผู้บริจาคโลหิต" ด้วย ...ภูมิใจๆ >__<
- นัดบริจาคเลือดครั้งต่อไปวันที่ 8 มีนาคม 2553 ค่ะ




11月26日

ฉันไม่รักวันศุกร์



ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ฉันไม่นึกรักคืนวันศุกร์

...

ความเหงาไม่เคยหายไปจากชีวิต
ฉันจึงทำตัวเองให้ยุ่งอยู่เสมอ
เพื่อนบางคนบอกว่า ทำตัวยุ่งๆมากไปอาจจะทำให้เราพลาดสิ่งสวยงามในชีวิต

ฉันรู้ว่าตัวเองยังคงเพลิดเพลินทุกครั้งที่ได้เดินทอดน่องไปเรื่อย ไม่รีบเร่ง
กลางเมืองใหญ่ ฉันมักจะเงยหน้ามองแสงอาทิตย์ที่ลอดเงาไม้ลงมา และรู้สึกได้ว่า มันสวย
ภาพผู้คนมากมายที่เดินสวนไป ทอดสายตาไปไกลๆเห็นแนวรถไฟฟ้าเบื้องหน้า ก็ยังรู้สึกว่า มันสวย
ความรีบเร่งเหมือนภาพสโลว์โมชั่น เมื่อเราทำตัวเองให้เชื่องช้า
และเราก็เห็นทุกอย่าง สัมผัสทุกสิ่งได้ละเมียดขึ้น
ไม่สำคัญหรอกว่าต้องพาตัวเองไปไกลๆ ที่ไหนๆก็รื่นรมย์ได้ทั้งนั้นถ้าเรามีเวลาอยู่กับตัวเอง

แต่ฉันก็ยังคงเหงาทุกคราวเมื่อวันศุกร์เวียนมาถึง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ศุกร์แล้ว ศุกร์เล่าที่ผ่านไป ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้เหงาเพียงนี้

อาจเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่มีที่ไปในคืนวันศุกร์
หลายคนรักวันเสาร์-อาทิตย์ ที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว ได้เล่นกับหมาแมว ได้ทำอะไรที่อยากทำ
แต่ฉันไม่มีครอบครัวให้อยู่ ไม่มีหมาแมวให้ใส่ใจ ไม่มีอะไรจะทำ
ฉันจึงรักวันจันทร์ - พฤหัส ...4 วันที่ฉันจะได้อยู่กับงาน...เพื่อที่ตัวเองจะได้มีอะไรทำ

เวลาที่อยู่กับตัวเองในวันหยุดสุดสัปดาห์มันมากไปสำหรับฉัน
ความเหงานี้...ฉันรับมันไม่ไหว
เหตุนี้กระมัง ฉันจึงติดเพื่อนนักหนา

ความที่ฉันเกิดมาเป็นลูกคนเดียว ฉันจึงเรียนรู้ที่จะอยู่กับความโดดเดี่ยวมาตั้งแต่เด็ก
ใครๆก็รู้ว่าฉันมีเพื่อนมากมาย และมีเพื่อนตายอยู่กับเขาบ้างเหมือนกัน
และเพื่อนตายเหล่านั้นก็รู้ว่า ช่องว่างของฉัน ถมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม

พ่อฉันมีพี่น้อง 9 คน
แม่ฉันมีพี่น้อง 2 คน
ญาติพี่น้องของฉันทุกคนล้วนมีพี่น้องเป็นของตัวเอง
ไม่มีใครสอนให้ฉันเป็นคนแบบนี้ แต่ฉันรู้ว่า สุดท้ายแล้วฉันต้องอยู่ให้ได้คนเดียว
เพราะฉันไม่มีใครจริงๆ

ความเหงานี้...ฉันจึงต้องรับมันให้ไหว

...

พรุ่งนี้ก็จะวันศุกร์อีกแล้ว
ฉันไม่รักวันศุกร์เลยจริงๆ




11月20日

วันนี้ไม่มีดาวตก

ชั่วชีวิตนี้ ฉันเคยเห็นดาวตกเพียงครั้งเดียว และเห็นสองดวงติด

เหมือนดวงแรกจะรู้ว่าเรามัวแต่ตกตะลึงและอธิษฐานไม่ทัน 3 วินาทีต่อมาจึงตกลงมาให้เห็นอีกครั้ง

คำอธิษฐานนั้นเป็นจริงแค่ครึ่งเดียว และฉันไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่นิด

 

6 ปีก่อน ดาวตกที่ทับแก้ว หลังเที่ยงคืนไปแล้ว

ฉันเห็นดาวตก ... เขาเห็นดาวตก ...เรานั่งมองดาวตกด้วยกัน 

และอธิษฐานในสิ่งเดียวกัน

 

อย่างที่บอกไปแล้ว คำอธิษฐานนั้นเป็นจริงแค่ครึ่งเดียว

ฉันดีใจที่อย่างน้อยมันก็จริงแม้จะไม่สมบูรณ์

เราไม่ได้รักกันตลอดไป ไม่ใช่คนที่กันและกันตามหา

เป็นชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์สองชิ้นที่พยายามจะต่อเติมกันและกัน และมันก็เป็นไปไม่ได้

 

ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน

เขาเป็นคนที่ฉันไว้ใจ เล่าอะไรให้ฟังได้ ขอคำปรึกษาได้ ปรับทุกข์ได้

ฉันคิดเอาเองว่าฉันเองคงเป็นอะไรประมาณนั้นสำหรับเขาเหมือนกันละมั้ง

อย่างน้อย เราก็เป็นมิตรกัน

คนเคยรักที่บัดนี้มันไม่เหลือแล้ว แต่ก็อย่างที่บอก ฉันไม่เสียใจ

อย่างน้อยมันเคยเกิดขึ้นและเป็นความทรงจำดีๆ

 

ทุกครั้งที่เจอกัน ฉันมองหน้าเขา เขามองหน้าฉัน เรามองตากัน

รู้สึกดีที่การเป็นคนเคยรักมันไม่เจ็บปวด แต่กลับสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ

 

18 พฤศจิกายน 2552

เกิดฝนดาวตกลีโอนิดส์ทางทิศตะวันออกของท้องฟ้า

ฉันนั่งมองท้องฟ้าสีแดงอยู่ลำพัง ลมหนาวพัดมาจางๆ

รับรู้ว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมง ละครเวทีเรื่องหนึ่งจะเปิดม่านเล่นเป็นรอบแรก

ละครเวทีของเขา ความฝันของเขา ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เป็นผู้กำกับในละครเวทีของตัวเอง

ฉันดีใจที่เขาเดินตามความฝันสำเร็จแล้วในที่สุด ไม่เสียแรงที่เขามุ่งมั่นมานาน

 

ฉันมองไม่เห็นดาวตกนอกหน้าต่าง ไม่เห็นแม้แต่แสงจันทร์

แต่ภาพดาวตกเมื่อ 6 ปีก่อนชัดแจ้งอยู่ในมโนสำนึก

กดมือถือส่งข้อความไป ...หวังว่าดาวตกจะอวยพรให้ละครของคุณประสบความสำเร็จ...

นั่งยิ้มอยู่คนเดียวในความมืด และหลับไปอย่างสบายใจ

 

วันนี้เขาถามมาในระบบเฟซบุคว่าจะไปดูละครวันไหน กว่าฉันจะเห็นเขาก็ออฟไลน์ไปแล้ว

ฉันไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับไป

คิดว่าเขาคงรู้อยู่แล้วว่าฉันไปแน่ และคงจะคอมเมนต์กระจุยอย่างที่เคยทำมาตลอด

 

... ... ...

 

วันนี้ไม่มีดาวตก

และจะไม่มีอีกแล้ว

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ...

11月18日

Ballard of Winter





เมื่อเช้านี้ตื่นขึ้นมา รู้สึกได้ถึงกลิ่นลมหนาว

อากาศเย็นติดผิว
ลมหนาวมาแล้วจริงเหรอ ถามตัวเองอย่างนั้น
ได้คำตอบว่าลมหนาวกลับมาแล้วจริงๆ
รู้สึกได้ตอนที่เดินอยู่สีลมกำลังจะเข้าออฟฟิศ


...

อารมณ์ดี รู้สึกดี
อากาศดี
รู้สึกดีมากจริงๆ

...

ลมหนาวคราวนี้ทำให้เราใจหายใจคว่ำกันมาแล้ว
เพราะเธอมาได้ 2 วันก่อนจะหายไปเกือบเดือน
เอาเถอะ ...ยังไงตอนนี้เธอก็กลับมาแล้ว

...

กลิ่นของลมหนาว
สัมผัสของลมหนาว

...

รู้สึกดี
การเข้ามาของลมหนาวทำให้คนเรารู้สึกดีขึ้นขนาดนี้เลยนะ
สัมผัสได้ถึงความสุข
กรุ่นๆ เบาๆ

...

ลมหนาวตอนสิ้นปี
ความทรงจำมากมายของแต่ละปี
ของเมื่อนานมาแล้ว

ของเมื่อปีโน้น













ปีนั้น










ปีก่อน







ปีที่แล้ว





...



...ปีนี้...



...

จะดีใจไปใย
ลมหนาวเข้ามา
แต่อีกไม่นาน...ก็จะจากไป
อย่างที่ทำมาแล้วทุกปี
อย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ซ้ำ ซ้ำ
...ควรจะชินได้แล้วนะ...

...

เลือกมองด้านดีๆ
อย่างน้อยก็ยังกลับมา
ถ้าจะมีสักวันที่ไม่กลับมา อย่างน้อยก็ยังจำได้นะว่า

ตอนที่ลมหนาวเข้ามา เรารู้สึกดีแค่ไหน

...

ลมหนาว
สายฝนโปรย
แสงแดดจ้า

...

เข้ามา จากไป
เป็นเรื่องธรรมดานะ
อย่าไปยึดติดเลย
ปวดใจเปล่าๆ































รอดูหนังเรื่อง October Sonata
เตรียมตัวร้องไห้เต็มที่

...

อย่างนั้นเลยล่ะ







11月15日

เจเจร้อนมาก

วันนี้
วันอาทิตย์ กลางเดือนพฤศจิกายน 2552
แดดเปรี้ยง
เปรี้ยงจนเพื่อนหลายคนไม่ยอมออกจากบ้าน
ลมหนาวหายไปไหน (วะ) ?

...

ช่วงนี้ดูหนังบ่อยมาก
เหตุผลหลักๆเลยคือ หาเพื่อนไปบริคไม่ได้ ดูหนังก็ได้ (วะ)
แต่ก็นั่นแหละ ช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะ
สงสัยเหมือนกันมั้ยว่าทำไมหนังน่าดูมักจะเข้าปลายปี
ทำไม (วะ) ?

...

ต่อเนื่องจากที่เมืื่่อคืนไปดู 2012 รอบดึก
สนุกดี CG อลังการชวนตะลึงมาก
ออกจากโรงหนังมา ตี 1 ครึ่ง ง่วงสุดๆ
วันนี้ตื่นมาสายโด่ง และอยากไปข้างนอก
โทรชวนเพื่อนหลายคนไปเดินเจเจ และอย่างที่บอก มันไม่ยอมไปกันเพราะแดดเปรี้ยงมาก
สุดท้ายลากออกมาได้ 1 คน ...กุ๊น เพื่อนสมัยทำงานที่ 1168
กุ๊นพาเล็กมาด้วย
3 สาวตะลุยเจเจจึงเริ่มขึ้น

...

บ่าย 3 ที่เจเจ
แดดโคดร้อน
ร้อนจนเราต้องเปลี่ยนใส่เสื้อยืดที่เพิ่งซื้อมาเพราะระบายอากาศได้ดีกว่าเชิ้ตที่ใส่ไป
ไปเจเจได้เสื้อยืดตัวละ 50 บาทมา 2 ตัว
สีสวยถูกใจมาก
ชมพูสด กับ ม่วงสด
คอวี
สวยถูกใจจริงๆ

ได้รองเท้าแตะมาอีกคู่ 59 บาท
สวยอีกแล้ว ทั้งกุ๊นและเล็กต่างพูดเป็นเสียงเดียว
นิ่มมาก ใส่สบายเท้า

กินไอติมนมสดอื้มมิลค์ไปอีกถ้วย
ติดใจตอนไปกินที่สะพานพุทธ
ติดใจจนอยากซื้อแฟรนไชส์มาขายเอง ...ขนาดนั้น

ได้นั่งรถรางในเจเจด้วย
เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยทำมาก่อน สนุกดี
คนเยอะมาก รถรางเคลื่นที่ไปอย่างช้าๆ
ทำตัวเนียนเป็นนักท่องเที่ยว ...แม้หน้าจะไม่ให้ 555+

ของขายเยอะมาก
ของแต่งบ้านสวยๆเพียบ
อยากได้โคมไฟอีกแล้ว ไปเจเจทีไรอยากได้โคมไฟทุกที
แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาหรอก ห้องหนึ่งห้องจะต้องการโคมไฟมากกว่า 1 อันไปทำไม - -''

ไปเดินตลาดนัดสัตว์เลี้ยง
น้องหมาน่ารักมากมาย
กระต่ายน้อยน่ารักมากมาย
ขนนุมฟูทั้งนั้น น่ารักยังกะตุ๊กตา
ตัวละพันเดียวเอง
อยากซื้อน้องหมามาเลี้ยงมาก
แต่จะไปเลี้ยงที่ไหน T T

ออกมาจากเจเจตอน 5 โมงครึ่ง
ยังไม่อยากกลับ ยังสนุกอยู่ แม้จะเดินจนปวดขามากๆ
แต่ไม่รู้จะไปไหนกับใครแล้ว ก็เลยกลับก็ได้

...

เดือนหน้าจะไปอีก
แล้วเจอกันนะ เจเจ
หวังว่าตอนนั้นคงไม่ร้อนเท่าวันนี้ -*-


11月13日

อัพเดทชีวิตใกล้ๆสิ้นปี ตอน 3

1. ติดเกมในเฟซบุคจริงจัง (Bejeweled Blitz!) ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเล่น ไล่ทำลายสถิติตัวเองไปอย่างบ้าคลั่ง -*-
2. งานยุ่งได้อีกกกกกก
3. นอนดึก นอนน้อย เพราะการกระทำข้อ 1 เสื่อมมากกกก
4. ไม่ค่อยได้อ่านวรรณกรรมเลยอ่ะ - -'' แย่นะเนี่ย
5. คิดงานไม่ออก เขียนงานไม่ได้ แรงบันดาลใจไม่มี
6. ขี้เกียจไปเชียงใหม่สิ้นปีมาก
7. เพราะอยากไปเที่ยวทะเลหน้าหนาว...ไม่เคยไป อยากลองอ่ะ
8. ไม่ได้เที่ยวมาเดือนกว่าๆแล้วนะเนี่ย ทำไปได้
9. ตอนนี้เลยเสี้ยนบริคมากๆ อยากแดนซ์สุดๆ
10. อยากลองไปนั่งลานเบียร์หน้า central world บ้างจัง

11. เรื่องที่คิดไปก็เท่านั้น จะเลิกคิดซะที เหนื่อยใจเปล่า



 

11月8日

This is it / เฉือน

วันนี้ไปดูหนังมา

This is it
ประทับใจมาก
ไมเคิลไม่น่าตายเลย เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ
อัจฉริยะตัวจริง
ถ้าคอนเสิร์ตนี้ได้เล่นนะ มันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์แน่นอน
เหมือนที่ตัวเค้าเป็นนั่นแหละ

ถ้าถามว่าเราชอบไมเคิลเหรอ ก็จะบอกว่าเปล่า
ไม่ได้ติดตามผลงานอะไรมาก่อนหน้านี้หรอก
นอกจากชอบท่าเต้นเค้ามาก มันมีพลัง ตื่นตาตื่นใจ แล้วก็สะกดสายตาเราไว้ได้ทุกครั้ง
หนังเรื่องนี้จริงๆแล้วมันไม่ใช่หนัง มันคือภาพบันทึกการซ้อมและ pre-production
นั่นแหละ เลยทำให้เราชอบมาก
เพราะเราเป็นคนชอบบรรยากาศการทำโปรดักชั่น
เป็นเหตุผลหลักๆที่เราหลงรักการทำละครเวทีเลยนะ
เราหลงรักบรรยากาศการทำโปรดักชั่น
รักที่ๆมีผู้คนในเผ่าพันธุ์เดียวกัน เคมีตรงกัน มาเทใจสร้างสิ่งๆหนึ่งด้วยกัน
มันคือการให้ใจล้วนๆ สิ่งนี้แหละที่มันมีค่า
มันทำให้เรารู้ว่า การทุ่มเทเป็นยังไง แล้วเรารักสิ่งที่ทำมากแค่ไหน ผูกพันกับคนที่ทำด้วยกันขนาดไหน

ทุกคนที่อยู่ในโปรดักชั่นของไมเคิล แต่ละคนใช้ใจมาทำงานล้วนๆ แต่ละคนมาจากทั่วโลก
ทุกคนถูกดึงดูดด้วยสิ่งเดียวกัน และนั่นก็ทำให้พลังของภาพคอนเสิร์ตนี้กระโจนออกมาจากแผ่นฟิลม์

We love you, MJ. You are truly legend. You still inspired us all.
Rest In Peace.


*** *** ***

เฉือน
...เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมายเรามากๆ
คือมันดีมากๆ มันดีจริงๆ ดีมาก มาก มากกกกกกกกกกกกกก
เป็นหนังที่สมควรเชียร์ให้ไปเสียเงินให้คนไทยด้วยกันอย่างแรง

เฉือน เข้าวินอันดับ 4 หนังไทยในใจเราไปแล้วเรียบร้อย
(อันดับ 1 คือ หมานคร อันดับ 2 คือ เฉิ่ม อันดับ 3 คือ โอเนกาทีฟ )
มันทำให้ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กลายเป็นหนังรักปัญญาอ่อนไปเลย
ในความคิดเรา รถไฟฟ้าฯเป็นหนังรักตลาดมาก ประเด็นมันโดนใจมหาชน
ขายพล็อต ขายพระเอก นางเอก และ setting ที่โคดใกล้ตัวเลย มันเลยจับใจคนได้ง่ายมาก
แต่บทมันอ่อนสุดๆเลยอ่ะ ดูสนุกนะ แต่ไม่ติดตรึง

โอเค บางคนอาจเถียงว่าอย่าเอาเฉือนกะรถไฟฟ้าไปเทียบกัน มันคนละประเภท จะว่าอย่างงั้นมันก็ใช่
แต่อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวเรา ถ้ามองในแง่ความเป็นหนัง เฉือน มีความ 'คม' สูงกว่ามากทุกด้าน
ทั้งฝีมือนักแสดง บท art direction ไปจนถึง sound ที่เหมาะเจาะไปตลอดทั้งเรื่อง
เราเสียน้ำตาให้เฉือนในระดับที่ 'นั่งสะอื้น' เพราะเรื่องมันสะเทือนมาก
ในขณะเดียวกัน เฉือน มีความเป็น 'aesthetics' สูงมากกกก
ภาพมันโหดน่ะใช่ แต่มันลงตัวจริงๆ เล่นกับการใช้สีได้ดีจริงๆ
มันทำให้เรานึกถึง 2046 ของ หว่อง กาไว เลย ...ฉาบสีสด แต่เศร้าแล้วก็บาดอารมณ์มากมาย
เป็นหนังไทยที่ไม่ตลาด มันมีการตีความเชิงจิตวิทยาหลายประเด็น มี symbolic หลายจุด
ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่เคยดู รีบไปดูซะก่อนมันจะออกจากโรง

ทุกสิ่งอันที่ทำให้ เฉือน จับใจเราขนาดนี้ ...ยกความดีให้ผู้กำกับค่ะ คุณเยี่ยมมาก


*** *** ***

ตอนนี้รอดู 32 ธัีนวา ตอนสิ้นปี
ดูตัวอย่างแล้วน่ารักมาก และฮามากกกก ในเวลาเดียวกัน
เพิ่งรู้ว่า แดน ดีทูบี ยิ้มแล้วน่ารักเอาเรื่อง
นางเอก 3 คนเล่นน่ารักดี คาแรกเตอร์ต่างกันหมด แต่น่าสนใจกันไปคนละแบบ
คิดว่าคงไม่แรงเท่ารถไฟฟ้า แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กันหรอกนะในความเห็นเรา

แล้วก็รอดู paranormal activity ดูตัวอย่างมันแล้วน่าสนใจ
ใช้กล้องเดินถ่าย+ตั้งกล้องไว้ ให้ฟีลแนว the blair wish project
ดูคลิปในยูทูปแล้วเล่นเอาสะดุ้งดีประมาณนึง แต่รู้สึกว่ามันไม่ได้ based on true story นะ

อีกเรื่องที่น่าดูมากคือ 2012 วันสิ้นโลก
ทำ CG ได้ชวนอึ้งมาก
ที่เราสงสัยคือ ตอนจบจะเป็นยังไงในเมื่อมันเป็นวันสิ้นโลก
ทุกคนตายห่าหมดเลยรึ -*-

*** *** ***

สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวนะจ๊ะ


 


 
พื้นที่ทั้งหมดของฉันบนโลกเสมือนจริง
ตัวไกล ใจยังอยู่
第 1 張 / 共 11 張
其他相簿 (21)